海韻 ไฮ่อวิ้น - 鄧麗君 
เพลงจังหวะของท้องทะเล-เติ้งลี่จวิน 
 
曲︰古月
詞︰莊奴
女郎 你為什麼 獨自徘徊在海灘
女郎 難道不怕 大海就要起風浪
*啊 不是海浪 是我美麗衣裳飄蕩
縱然天邊有黑霧 也要像那海鷗飛翔
#女郎 我是多麼 希望圍繞你身旁
女郎 和你去看 大海去看那風浪
重唱 *,#
 
girl, ทำไมถึงเดินไปเดินมาคนเดียวบนหาดทรายนั้นเล่า
girl, ไม่กลัวทางยากลำบาก ทะเลกว้างที่จะเกิดมรสุมขึ้น
 
อา คลื่นทะเลไม่ใช่อาภรณ์งดงามที่โบยบินได้ของฉันหรือ
ถึงแม้เส้นขอบฟ้าเต็มไปด้วยหมอกดำ ทั้งยังจะดูเหมือนนกนางนวลโผบิน
 
girl, ฉันหวังว่า ไม่ว่าอย่างไรขอหลอมรวมอยู่ข้างเธอ
girl ฉันจะไปกับเธอ จะก้าวไปชมทะเลกว้าง ไปชมพายุนั่น
 
แปลถูกแปลผิดอย่าว่ากันนะคะ >o<
โดย free_your_heart@ymail.com
เพลงนี่อาจไม่ดังเท่าหลายๆเพลงของเติ้งลี่จวิน แต่เราชอบความหมาย กับการโชว์พลังเสียงในเพลงน่ะค่ะ

 

edit @ 7 Sep 2008 21:41:46 by free_your_heart

 

ในหลวง"ทรงเตือนคนไทย-รับภัยพิบัติ 

 วันที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2551 ปีที่ 18 ฉบับที่ 6390 ข่าวสดรายวัน 


 "ในหลวง"ทรงเตือนคนไทย-รับภัยพิบัติ 

 พลังงาน ทดแทน ระวังเฟ้อ 


ในหลวงทรงมีพระราชดำรัสแสดงความเป็นห่วงเหตุภัยพิบัติทางธรรมชาติ ทรงให้เตรียมพร้อม ประเทศไทยอาจเกิดแผ่นดินไหวได้ เป็นสิ่งที่น่ากลัว ให้เตรียมตัวเตรียมใจรับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น พร้อมทั้งทรงเล่าเคยประสบมาแล้วที่เชียงใหม่ ทรงแนะนำให้ฟังผู้เชี่ยวชาญถึงวิธีการรับมือ นอกจากแผ่นดินไหวแล้วก็ยังมีภัยน้ำท่วม และภัยจากพายุ 

 เมื่อเวลา 16.57 น. วันที่ 27 พ.ค. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จลง ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา พระราชวังดุสิต พระราชทานพระบรมราชวโรกาส ให้นายนพดล ปัทมะ รมว.ต่างประเทศ นำคณะเอกอัครราชทูต และกงสุลใหญ่ไทยที่ปฏิบัติราชการอยู่ในต่างประเทศ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงการต่างประเทศ เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับพระราชทานพระบรมราโชวาท ในโอกาสที่กระทรวงการต่างประเทศ จัดการประชุมเอกอัครราชทูตและกงสุลใหญ่ไทยประจำปี 2551 

 ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำรัสความตอนหนึ่งว่า "เราจะต้องพยายามที่จะวางตัว และให้รู้ว่าเราเป็นคนไทย เป็นคนที่สามารถที่จะวางตัวอย่างดี แล้วก็เป็นตัวอย่างกับสัตว์โลกนั้นว่า เป็นคนที่ไม่เหมือนกับคนอื่นในโลก ฉะนั้นเราก็ต้องวางตัวให้ดี แล้วก็จะต้องพยายามฝึกฝนตัวให้เป็นคนไทย ต่างกับคนอื่นในโลก แต่การที่วางตัวต่างกับคนอื่นในโลก ต้องเข้าใจว่าวางตัวอย่างไม่ได้แปลกประหลาด ไม่ใช่สัตว์ประหลาด เป็นสัตว์พิเศษ เป็นคนที่มีความคิดที่ดี มีความคิดที่ไม่เหมือนคนอื่น เรามีความคิดที่พิเศษ วิเศษจากคนต่างชาติ ถ้าเรามีการทำการเกษตรเพื่อเป็นอาหาร หรือเป็นสิ่งที่ขายต่างประเทศมากเกินไป เราก็ไม่ผลิตอะไรที่มาช่วยให้การเป็นอยู่ดีขึ้น" 

 "อันนี้เป็นสำคัญ ตอบยากว่าแค่ไหนพอเหมาะ ได้เห็นมาว่าเอะอะอะไรจะทำอะไรก็เห่อกัน เห่อว่าจะทำอะไรให้มากเกินไป ถ้าทำการเกษตรเพื่อเป็นพลังงานทดแทน นี่แหละคงหมายความว่าอย่างนั้น พลังงานทดแทน ถ้ามากเกินไปลงท้ายก็เฟ้อ อย่างแผ่นดินไหวทางประเทศที่จะมีแผ่นดินไหวก็มีหลายแห่ง โดยเฉพาะเขตแดนใกล้พม่านี้ก็มี มีแผ่นดินไหว แล้วเขาก็ถามว่าอยากไปอยู่ที่ไหนที่ไม่ค่อยมี เขาก็บอกว่า แถวภาคอีสานมีน้อย แต่ภาคอีสานก็มี แผ่นดินไหวมีทุกแห่งในโลกนี้ ก็ต้องเตรียมตัวเตรียมกาย เตรียมใจว่าในประเทศไทยก็อาจจะมีทุกเมื่อ แผ่นดินไหว หรืออะไรที่น่ากลัว" 

 "แผ่นดินไหวข้าพเจ้าเองก็เคยเจอที่เชียงใหม่ ตอนนั้นป่วย ไม่สบาย นอนอยู่ใต้โต๊ะ ก็คงแปลกนะ นอนอยู่ใต้โต๊ะ นอนใต้โต๊ะเนี้ยถูกต้อง ตามเรื่องของป้องกันแผ่นดินไหว แต่ตอนนั้นแผ่นดินยังไม่ไหว ก็ไปนอนอยู่ใต้โต๊ะแล้ว ก็ป่วย ก็ตามไปตามมาก็ไม่ได้เป็นอะไร หัวโหนกไม่ได้หัวโน แต่ก็น่ากลัวเหมือนกัน เห็นมีโอ่ง มีอะไรเหมือนวิ่งไปวิ่งมา วิ่งไปวิ่งมาในห้อง ทุกสิ่งทุกอย่างต้องเตรียมตัว มีพี่เลี้ยงของสมเด็จพระเทพฯ ได้เห็นโอ่งวิ่งไปวิ่งมา บอกอย่ามาหลอกผีเลย อย่ามาหลอก เขาไม่เชื่อ ไม่เชื่อว่ามีผี แต่เขาก็เห็นว่าผีมันหลอกจริงๆ คือโอ่งมันวิ่งไปวิ่งมา เหมือนภัยพิบัติเนี้ย เหมือนผีหลอก โอ่งใหญ่ๆ เหมือนวิ่งไปวิ่งมา แต่เคราะห์ดีตอนนั้นไม่ได้มีอะไร โอ่งก็ไม่แตก" 

 คือวันที่มีภัยพิบัติ มีได้หลายอย่าง ก็ต้องเตรียมตัวว่ามีได้ อันนี้ก็ที่จะเตรียมตัวทำยังไง ก็ผู้เชี่ยวชาญอย่าง คุณสมิทธ (สมิทธ ธรรมสโรช ประธานกรรมการอำนวยการศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ) เขาบอกวิธีทำอย่างไรให้ ต้องเชื่อกันบ้าง เพราะถ้าคนที่มีความรู้ ก็ต้องฟังอยู่บ้าง ในเมืองไทยอาจมีภัยพิบัติ ภัยพิบัติมีอยู่ได้หลายแห่ง ฉะนั้นก็ เขาก็ต้องเตรียมใจ เตรียมกาย และเตรียมสถานการณ์ ที่จะดูว่าจะมีอย่างไร ถ้าดูจริงๆ เมืองไทยเนี้ย ก็นับว่าดีมาก ที่ไม่ค่อยมีเหตุการณ์ แต่ก็เกิดขึ้นก็มีอยู่แล้ว คือน้ำท่วมก็มี แผ่นดินไหวก็มี พายุก็มี ก็ต้องเตรียมที่จะมีพายุ แต่อาจไม่รุนแรงเท่าที่จะเป็น"

พระราชดำรัสของในหลวง เราเอามาจากเว็บบอร์ดของกรมอุตุฯ 

 http://www2.tmd.go.th/webboard/show.php?Category=meteorology&No=4108&PHPSESSID=9f7311fcc57b2ae9454aa581b40da625นะคะ 

 โพสต์โดย คุณ แหม่ม (202.184.106.190) [06-06-2008 15:41] 

edit @ 23 Aug 2008 10:11:19 by free_your_heart

 

ได้ยินจากแม่มาว่าท่านสมิทธิ ธรรมสโรช ออกมาเตือนว่าอาจเกิดปรากฏการณ์น้ำทะเลยกตัวขึ้นในช่วง

..ถึง ต..นี้ ก็เลยไปค้นต่อ

เราไปพบบทความนี้ในสนุก!พีเดีย ความรู้เกี่ยวกับเรื่อง ปรากฎการณ์น้ำทะเลยกตัว Strom Search
http://guru.sanook.com/pedia/topic/สตอร์ม_เซิร์จ/
มาขอบคุณมากนะคะ 

รูปได้มาจากวิกิพีเดียhttp://en.wikipedia.org/wiki/Storm_surgeและสนุก!พีเดียเว็บข้างบนค่ะ

Storm surge มหัตภัยร้ายเกินมองข้าม

ภาพความเสียหายจาก storm search

นาวาเอก กตัญญู ศรีตังนันท์ ผู้บังคับหมวดเรืออุทกศาสตร์ กองทัพเรือ ให้คำอธิบายว่า Storm surge คือ ปรากฏการณ์คลื่นที่เกิดขึ้นพร้อมกับพายุหมุนโซนร้อนที่ยกระดับน้ำทะเลให้สูง ขึ้นกว่าปกติ อันเนื่องมาจากความกดอากาศต่ำที่ปกคลุม ณ บริเวณนั้น ซึ่งเวลาที่หย่อมความกดอากาศต่ำเคลื่อนตัวผ่านไปพร้อมกับศูนย์กลางของพายุ ทำให้แรงกดนั้นยกระดับน้ำจนกลายเป็นโดมน้ำขึ้นมา โดยเคลื่อนตัวจากทะเลซัดเข้าหาชายฝั่ง

Storm surge มีความเหมือนหรือแตกต่างจาการการเกิดสึนามิ หรือไม่?

นาวา เอก กตัญญู ชี้แจงว่า สิ่งที่คล้ายกัน คือ รูปแบบการเคลื่อนตัวที่เป็นเหมือนคลื่นขนาดใหญ่แล้วพัดเข้าชายฝั่ง แต่ที่แตกต่างกัน คือ ลักษณะของการเกิด คือ สึนามิ เกิดขึ้นจากปรากฏการณ์ของแผ่นดินไหวใต้ทะเล ทำให้เกิดแรงสั่นสะเทือนส่งผลให้เกิดคลื่นขนาดยักษ์ซัดเข้าชายฝั่ง แต่กับ Storm surge จะเกิดขึ้นโดยมีตัวแปรจากพายุ

  <--การก่อตัวของพายุ

 

 

ส่วนความเสียหายนั้น คิดว่า Storm surge จะเลวร้ายมากกว่า กล่าวคือ การเกิดสึนามิจะเกิดขึ้นวันไหนก็ได้ โดยท้องฟ้าอาจจะแจ่มใส อากาศเป็นปกติ เหมือนอย่างที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วทางฝั่งอันดามันของไทย แต่หากเป็น Storm surge จะ เกิดขึ้นพร้อมกับพายุ ซึ่งแน่นอนว่าต้องเป็นวันที่ท้องฟ้าปั่นป่วน ไม่แจ่มใส สภาพอากาศเลวร้าย มีการก่อตัวของเมฆฝน ฝนตกอย่างหนัก ลมพัดแรง บริเวณชายฝั่งเกิดคลื่นโถมกระแทกอย่างหนัก คลื่นในทะเลสูง แต่เมื่อศูนย์กลางของพายุเคลื่อนเข้ามา ก็จะหอบเอาโดมน้ำขนาดใหญ่ซัดเข้ามาอีกครั้ง ดังนั้น ความเสียหายจึงเพิ่มเป็นทวีคูณ

<-- รูปแบบการยกตัวของ storm search ในการขึ้นฝั่ง

 เมื่อ Storm surge เกิดมาพร้อมกับพายุโซนร้อน เพราะฉะนั้นเมื่อพายุเข้ามา เราก็จะเห็นสัญญาณเตือนหลายอย่าง เช่น การเตือนจากกรมอุตุนิยมวิทยา และจากการสังเกตลักษณะอากาศที่จะค่อยๆ เลวร้ายลง ทำให้เรารู้ตัวล่วงหน้าหลายวัน และสามารถหาทางอพยพได้ทัน แต่กับสึนามิอาจจะไม่รู้ได้เลย เพราะบางครั้งก็เกิดขึ้นในวันที่ท้องฟ้าแจ่มใส ไม่มีสัญญาณบอกเหตุร้ายแต่อย่างใด แต่ปรากฏการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นนั้น ในช่วงหลายปีมานี้ก็เป็นอะไรที่คาดเดา พยากรณ์ได้ยากเช่นกัน ซึ่งอาจเป็นผลมาจากการเกิดภาวะโลกร้อน ที่ทำให้สภาพอากาศในทุกมุมโลกเกิดความแปรปรวน และยิ่งทวีความรุนแรงของเหตุการณ์ขึ้น สิ่งนี้จึงเรื่องที่ต้องได้รับการติดตามอย่างใกล้ชิด”

 กรุงเทพฯ ไม่น่าห่วงเท่าชายฝั่งอ่าวไทย

 นาวา เอก กตัญญู อธิบายต่อว่า เมื่อเป็นเช่นนี้หลายคนจึงตั้งคำถามว่าพื้นที่ของกรุงเทพฯ เป็นพื้นที่ชายฝั่ง แล้วจะได้รับผลกระทบที่เกิดจาก Storm surge หรือ ไม่นั้น ต้องบอกว่าถึงแม้พื้นที่เสี่ยงการเกิดพายุจะอยู่ในอ่าวไทย แต่บริเวณก้นอ่าว หรือบริเวณปากแม่น้ำเจ้าพระยา กลับไม่เคยพบการเกิดพายุหมุนโซนร้อนมาก่อน ที่พบก็จะมีแต่ปลายๆ ของหางพายุดีเปรสชัน ซึ่งก็ไม่ได้เกิดความรุนแรง แต่พื้นที่ที่น่าห่วง คือ ตลอดแนวพื้นที่ราบชายฝั่งอ่าวไทยตั้งแต่ จังหวัดชุมพรลงไป ซึ่งในอดีตพื้นที่เหล่านี้ ก็เคยเกิดพายุไต้ฝุ่นขนาดใหญ่ซัดถล่มมาแล้ว หากมองในพื้นที่บริเวณชายฝั่งของกรุงเทพฯ โอกาสที่จะเกิดน้อย เนื่องจากพื้นที่ของกทม. เป็นพื้นที่ที่อยู่ลึกเข้าไปในแผ่นดิน แต่หากว่าเกิดพายุพัดผ่านเข้ามาบริเวณปากแม่น้ำเจ้าพระยาจริงอิทธิพลจะเข้า มาถึงตัวเมืองแน่นอน โดยเฉพาะร่องแม่น้ำเจ้าพระยา ที่จะมีมวลน้ำทะลักเข้ามาไหลเอ่อท่วมพื้นที่ชั้นในกรุงเทพฯ

 นาวาเอก กตัญญู บอกอีกว่า ทางฝั่งของทะเลอันดามันก็ยังพอเบาใจได้เนื่องจากการเกิดของ Storm surge จะ เกิดขึ้นได้จากการเคลื่อนตัวของศูนย์กลางพายุเข้าหาชายฝั่ง แต่หากสังเกตเส้นทางการเคลื่อนตัวของพายุที่เกิดขึ้นในไทยนั้นจะเริ่มพัด ขึ้นฝั่งอ่าวไทยแล้วพัดออกจากฝั่งทางอันดามันไปพม่า บังคลาเทศ อินเดีย ทำให้ฝั่งอันดามันเป็นการเคลื่อนตัวออกนอกชายฝั่ง ซึ่งจะไม่ได้รับผลกระทบจาก Storm surge เหมือน อ่าวไทย แต่ที่ไม่ควรมองข้ามคือหากพายุหมุนเกิดขึ้นภายในแผ่นดิน และบริเวณแหล่งน้ำภายในเช่น กว๊านพะเยา บึงบอระเพ็ด หากหย่อมความกดอากาศต่ำเคลื่อนผ่านแหล่งน้ำเหล่านั้น น้ำก็จะยกตัวขึ้นมาเหมือนเช่นที่เกิดขึ้นในทะเลและก็อาจทำให้เกิดคลื่นพัด เข้าสู่ฝั่งได้เช่นกัน

“ที่ผ่านมา หลายคนให้ความสนใจในการเฝ้าระวังสึนามิ เพราะยังเป็นของใหม่ในบ้านเรา แต่ความจริงแล้วภัยคุกคามที่แท้จริงคงหนีไม่พ้น Storm surge เพราะโอกาสที่จะเกิดพายุหมุนโซนร้อนที่พัดเข้าอ่าวไทยเกิดได้ถี่กว่า สึนามิหลายเท่า”

ปลูกป่าชายเลน แนวป้องกันชั้นยอด

ใน ส่วนของการเฝ้าระวัง และวิธีการเตรียมรับมือนั้น รศ.อัปสรสุดา ศิริพงษ์ อาจารย์ภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้ข้อมูลว่า ระยะเสี่ยงการเกิดพายุจะอยู่ที่ 3 เดือนอันตราย เพราะจากสถิติการเกิดพายุหมุนโซนร้อนที่ขึ้นทางฝั่งอ่าวไทยนั้น เมื่อเริ่มเข้าสู่เดือนตุลาคม พายุจะก่อตัวทางตอนใต้ของปลายแหลมญวนทางเขมร และเมื่อถึงช่วงเดือนพฤศจิกายนพายุจะเคลื่อนลงจากแหลมญวนจนเคลื่อนสู่อ่าว ไทย ไปตลอดจนถึงเดือนธันวาคมพายุจึงจะสลายไปในที่สุด

สำหรับในบ้านเรานั้นหลายคน กลัวว่า Storm surge จะเกิดผลกระทบต่อเมืองหลวงอย่างกรุงเทพฯ แต่อยากให้อุ่นใจได้ว่า Storm surge คงเข้ามาไม่ถึง ที่ต้องระวังคือปัญหาเดิมๆ อย่างน้ำท่วม เพราะกรุงเทพฯ เป็นพื้นที่รับน้ำ อีกทั้งภายในตัวเมืองชั้นในยังมีสิ่งปลูกสร้างสูงๆ ป้ายโฆษณาตามตึกต่างๆ ก็ควรระวังหากเกิดลมพายุรุนแรงเพราะจะพัดป้ายให้พัง และเกิดความเสียหายได้ จึงเป็นเรื่องที่ควรหาทางป้องกันอย่างเร่งด่วน

การเตรียมความพร้อม เพื่อรับมือกับ Storm surge นั้น อยากฝากให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยศึกษาลักษณะของการเกิด และความรุนแรงเพื่อที่จะได้หาทางหนีทีไล่ได้ทัน ซึ่งการหนีนั้นต้องมีหน่วยงานที่ร่วมทำแผนที่เสี่ยงภัย หากบริเวณไหนมีประชากรหนาแน่นบริเวณนั้นจะมีความเปราะบางมาก จึงต้องทำแผนที่ให้ชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเมือท่องเที่ยว         

       
“ วิธีการป้องกันมีอยู่หลายแนวทาง ทั้งการสร้างกำแพงป้องกัน แต่ก็ไม่ควรนำมาใช้กับบ้านเรา และอาจจะเป็นการสูญเงินอย่างมหาศาล ทางออกที่ดีที่สุด คือ การช่วยกันรักษาป่าชายเลนตามแนวชายฝั่ง หรือปลูกป่าชายเลนเพิ่มในพื้นที่ชายฝั่งซึ่งจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด ที่จะช่วยลดความรุนแรงได้ อีกทั้งควรกำหนดเป็นหลักสูตรในเรื่องของภัยพิบัติลงในแบบเรียน เพราะเป็นสิ่งที่ต้องปลูกฝังให้เด็กเกิดความตื่นตัว จึงต้องสร้างความตระหนักให้เกิดขึ้น และต้องมีการซ้อมแผนเตือนภัยอยู่ตลอดเวลา เมื่อถึงคราวเกิดขึ้นจริง จะได้ช่วยลดความเสียหายจากชีวิตและทรัพย์สินได้ ” 

 

ท่านสมิทธิเตรียมลาออก ไม่ได้น้อยใจ แต่หากเตือนไปแล้วหน่วยงานอื่นเพิกเฉยก็ไม่รู้จะอยู่ในตำแหน่งต่อไปเพื่ออะไร

ข่าวโดย INN News วัน พฤหัสบดี ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2551 00:00 น.

เราเอามาจาก http://news.sanook.com/social/social_297522.php?page=350 นะคะ

สมิทธ ธรรมสโรช เตรียมลาออกจากตำแหน่งศูนย์เตือนภัย หลังโดนถล่ม เหตุเผยจะเกิดน้ำท่วมใหญ่สมุทรปราการและ กรุงเทพเดือน ก.ย.นี้ ระบุชัดจะมีคนตายจำนวนมากเท่าพายุนาร์กีส ดร.สมิทธ ธรรมสโรช ประธานกรรมการอำนวยการเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ เปิดเผยกับรายการไอเอ็นเอ็นฮอทนิวส์ ยอมรับว่า จะตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งในเร็ว ๆ นี้ หลังจากที่ได้มีการออกมาเตือนเรื่องปรากฏการณ์ สตอร์ม เซิร์จ หรือ ภัยน้ำทะเลยกตัวสูงขึ้น และ อาจท่วมพื้นที่ จ.สมุทรปราการ มีความรุนแรงเท่าพายุนาร์กีส แต่ปรากฏว่า ได้รับกระแสต่อว่าอย่างมาก โดยย้ำว่าเหตุที่มาเตือน เพราะได้ตรวจสอบจากปรากฏการณ์ธรรมชาติ โดยอาศัยสถิติพายุคิม ในปี 2526 ที่ทำเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่กรุงเทพ ซึ่งการคำนวณตามหลักสถิติและวิทยาศาสตร์พบว่าปรากฏการณ์ดังกล่าวจะกลับมา เกิดอีกครั้งระหว่างเดือน ส.ค.ถึง  ก.ย. จึงอยากให้หน่วยงานภาครัฐเร่งดูรับมือ แต่กลับไม่มีใครสนใจ ซึ่งหากเกิดขึ้นจริงถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ของประเทศ เพราะอาจส่งผลน้ำให้น้ำท่วมใหญ่กรุงเทพ และมีคนเสียชีวิตจำนวนมาก

ดร.สมิทธ บอกด้วยว่า การเตรียมลาออกไม่ได้น้อยใจ แต่เพราะหากทำงานไปและเมื่อออกมาเตือนแล้วหน่วยงานอื่นเพิกเฉยก็ไม่รู้ว่าจะ อยู่ในตำแหน่งต่อไปเพื่ออะไร

edit @ 20 Aug 2008 11:05:42 ,11:07:20,11:26:35,11:32:46 ,11:53:17,12:01:40,12:05:58,12:38:06

 

 

edit @ 23 Aug 2008 10:04:36 by free_your_heart